อังคุลิมาลปริตร
Angulimala Paritta
ยะโตหัง ภะคินิอะริยายะ ชาติยา ชาโตนาภิชานามิ สัญจิจจะปาณัง ชีวิตา โวโรเปตาเตนะ สัจเจนะ โสตถิ เตโหตุ โสตถิ คัพภัสสะ ฯ
อังคุลิมาละปะริตตัง นิฏฐิตัง
คำแปลอังคุลิมาลปริตร
ดูก่อนน้องหญิง ตั้งแต่เราเกิดแล้วโดยอริยชาติ ไม่รู้จักแกล้งปลงสัตว์จากชีวิต ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่าน ขอความสวัสดีจงมีแก่ครรภ์ของท่าน.
(ม. ม.)
อ่านเพิ่มเติมอังคุลิมาลปริตร (ที่มา)
เมื่อพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ที่พระเชตวันมหาวิหารแคว้นโกศล ของพระเจ้าปเสนทิโกศล มหาชนทั้งหลายกล่าวกันโดยทั่วว่า มีโจรร้ายเข่นฆ่าผู้คนอย่างโหดเหี้ยม ไม่เลือกหน้า เพศ วัย สร้างความระส่ำระสายไปทั่วบ้านเมือง โจรร้ายผู้นี้มีชื่อเรียกว่าองคุลิมาล เพราะเมื่อฆ่าคนแล้ว ตัดเก็บนิ้วร้อยไว้เป็นพวง
วันหนึ่งเมื่อพระพุทธองค์เสด็จจากการรับบิณฑบาตในนครสาวัตถีทรงเสวยพระกระยาหารและเก็บเสนาสนะแล้ว ได้ถือบาตรและจีวรเสด็จไปตามทางซึ่งเป็นที่ซุ่มอาศัยอยู่ขององคุลิมาลโจรด้วยพระอาการที่สงบ องคุลิมาลมองเห็นแต่ไกลก็แปลกใจว่า เส้นทางมรณะสายนี้ได้มีผู้เอาชีวิตมาให้เราอีกแล้ว พระพุทธองค์ทรงบันดาลอิทธาภิสังขาร ให้องคุลิมาลวิ่งไล่ แม้สุดแรงเกิดก็ไม่ทันพระองค์ซึ่งทรงเสด็จดำเนินอย่างปกติ สร้างความแปลกใจยิ่งนักแก่องคุลิมาล เพราะความเร็วแห่งการวิ่งที่ตนเคยไล่จับช้าง ม้า รถ และกวาง ที่กำลังวิ่งได้อย่างง่ายดาย จึงหยุดยืนแล้วป้องปากเรียกด้วยเสียงอันดังว่า "พระหยุดก่อน พระหยุดก่อน"
พระพุทธองค์มีดำรัสตอบไปว่า "เราหยุดแล้ว องคุลิมาล เธอก็จงหยุดเถิด (โต อหํ องฺคุลิมาล ตุวญฺจฺจ ติฏฐํ)"
องคุลิมาลคิดแปลกใจว่าสมณะรูปนี้เดินอยู่แท้ ๆ กลับพูดว่า "เราหยุดแล้ว" ด้วยว่าอหิงสกะ (ชื่อเดิมขององคุลิมาล) ได้บำเพ็ญบารมีมาไม่ต่ำกว่าแสนมหากัปป์ จึงเกิดสังเวคญาณขึ้นมาว่า พระองค์ทรงหยุดกระทำบาปแล้ว แต่เรายังไม่หยุด จึงสมาทานงดเว้นจากการฆ่าเป็นต้น ในทันที พระองค์ทรงแสดงธรรมแล้ว องคุลิมาลก็ทิ้งดาบและอาวุธ ทรุดกายลงกราบแทบพระยุคลบาท พร้อมกับทูลขอบรรพชาอุปสมบท เมื่อให้บวชแล้ว ก็ทรงจาริกกลับกรุงสาวัตถี โดยมีพระองคุลิมาลตามเสด็จ
วันหนึ่ง ชาวเมืองผู้เดือดร้อนไปชุมนุมที่ประตูพระราชวัง ร้องทุกข์กับพระเจ้า ปเสนทิโกศล ถึงความเดือดร้อนที่ได้รับจากองคุลิมาล ขอให้ปราบปรามโดยเร็ว พระเจ้าปเสนทิโกศลรับสั่งให้เตรียมกำลังพล ทั้งม้าและขุนทหารจำนวน ๕๐๐ เพื่อไปปราบโจรองคุลิมาล ก่อนเสด็จได้เดินทางเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ถึงที่ประทับ กราบทูลถึงความเดือดร้อนของชาวสาวัตถี ซึ่งมีองคุลิมาลเป็นผู้ก่อเหตุ
พระพุทธองค์ทรงตรัสถามว่า ถ้าทรงเห็นองคุลิมาลบวชเป็นภิกษุ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่พูดปด ฉันมื้อเดียว พระองค์จะทรงมีพระราชอาชญากับเขาอย่างไร พระเจ้าปเสนทิโกศลกราบทูลว่า เมื่อครองเพศพรหมจรรย์ก็ต้องไหว้ถวายเกียรติ ยืนต้อนรับ อุปถัมภ์ด้วยปัจจัยสี่ คุ้มครองดูแลเป็นอย่างดี ขณะนั้น พระพุทธองค์จึงทรงชี้พระหัตถ์บอกพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า องคุลิมาล นั่งอยู่นั่นไงมหาบพิตร แม้จอมราชาแห่งแคว้นโกศลยังคงสะดุ้งกลัว มีพระอาการหวาดหวั่น
ในธรรมบทกล่าวว่า เช้าวันหนึ่ง พระองคุลิมาลออกบิณฑบาตในตรอกแห่งหนึ่ง เห็นสตรีใกล้คลอดนางหนึ่ง มีความทุกข์ทรมานสุดกำลัง ครั้นกลับจากบิณฑบาตทำภัตกิจเสร็จแล้ว เข้ากราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ตรัสแก่พระองคุลิมาลว่า ถ้าเช่นนั้นขอให้ไปช่วยสตรีนางนั้น ให้ตั้งสัจวาจาว่า "ตั้งแต่เราเกิดมา ไม่เคยมีเจตนาปลงชีวิตใครเลย ขอสัจวาจานี้จงอำนวยชัยแก่เธอ ขอความสวัสดีจงมีแก่ครรภ์ของเธอ" หลังจากนั้น สตรีผู้มีบุญก็ได้เปลื้องทุกข์แห่งการให้กำเนิดบุตรได้อย่างง่ายดาย ประดุจหนึ่งเทน้ำออกจากกระออม ฉะนั้น
จากหนังสือสาธยายธรรม นำสู่วิมุตฺติ หน้า ๘๖ รวบรวมและเรียบเรียงโดยทีมงานธรรมสมทบ