มหาสะติปัฏฐานะสุตตะ (อุทเทโส)

เอวัมเม สุตัง เอกัง สะมะยัง ภะคะวา กุรูสุ วิหะระติ, กัมมาสะทัมมัง นามะ กุรูนัง นิคะโม ฯ ตัตฺระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ “ภิกขะโว” ติ ฯ “ภะทันเต” ติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง ฯ ภะคะวา เอตะทะโวจะ

“เอกายะโน อะยัง ภิกขะเว มัคโค, สัตตานัง วิสุทธิยา, โสกะปะริเทวานัง สะมะติกกะมายะ, ทุกขะโทมะนัสสานัง อัตถังคะมายะ, ญายัสสะ อะธิคะมายะ, นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ”

ยะทิทัง จัตตาโร สะติปัฏฐานา ฯกะตะเม จัตตาโร ฯ อิธะ ภิกขะเว ภิกขุ

กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ อาตาป สัมปะชาโน สะติมา วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง

เวทะนาสุ เวทะนานุปัสสี วิหะระติ อาตาป สัมปะชาโน สะติมา วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง

จิตเต จิตตานุปัสสี วิหะระติ อาตาป สัมปะชาโน สะติมา วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง

ธัมเมสุ ธัมมานุปัสสี วิหะระติ อาตาป สัมปะชาโน สะติมา วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง ฯ

มะหาสะติปัฏฐานะสุตตัง นิฏฐิตัง

คำแปลมหาสติปัฏฐานสูตร (ย่อ)

ขาพเจา ไดสดับมาแลวอยางนี้

สมัยหนึ่ง พระผูมีพระภาคเจาเสด็จประทับอยูในหมูชนชาวกุรุ นิคมของหมูชนชาวกุรุ ชื่อกัมมาสทัมมะ. ในกาลนั้นแล พระผูมีพระภาคเจา ตรัสเรียกภิกษุวา “ดูกอนภิกษุทั้งหลาย” ดังนี้. ภิกษุเหลานั้น ทูลรับพระดำรัสของพระผูมีพระภาคเจาวา “พระเจาขา” ดังนี้.

พระผูมีพระภาคเจา จึงตรัสพระพุทธภาษิตนี้วา

“ดูกอนภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เปนทางสายเอก เพื่อความหมดจดวิเศษของสัตวทั้งหลาย เพื่อกาวลวงซึ่งความโศกและความร่ำไร เพื่ออัสดงคดับไปแหงทุกขและโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อกระทำพระนิพพานใหแจง.”

ทางนี้ คือ สติปฏฐาน ๔, ๔ ประการ เปนไฉน?

ดูกอนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้

ยอมเปนผูตามพิจารณาเห็นกายในกายอยู มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดความยินดีและยินรายในโลกออกเสียได.

ยอมเปนผูตามพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดความยินดีและยินรายในโลกออกเสียได.

ยอมเปนผูตามพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดความยินดีและยินรายในโลกออกเสียได.

ยอมเปนผูตามพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดความยินดีและยินรายในโลกออกเสียได้.

จากหนังสือสาธยายธรรม นำสู่วิมุตฺติ หน้า ๑๒๘ รวบรวมและเรียบเรียงโดยทีมงานธรรมสมทบ