← All chants
ภาคห้า · พระพุทธคุณ

The Buddha's Parinibbana

พุทธปรินิพพาน

อะถะโข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ

หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถาติ ฯ อะยัง ตะถาคะตัสสะ ปัจฉิมา วาจา ฯ

ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนพวกเธอว่า "สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา พวกเธอจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด" นี้เป็นพระปัจฉิมวาจาของพระตถาคต.

อะถะโข ภะคะวา ปะฐะมัชฌานัง สะมาปัชชิ, ปะฐะมัชฌานา วุฏฐะหิตฺวา ทุติยัชฌานัง สะมาปัชชิ, ทุติยัชฌานา วุฏฐะหิตฺวา ตะติยัชฌานัง สะมาปัชชิ, ตะติยัชฌานา วุฏฐะหิตฺวา จะตุตถัชฌานัง สะมาปัชชิ, จะตุตถัชฌานา วุฏฐะหิตฺวา อากาสานัญจายะตะนัง สะมาปัชชิ, อากาสานัญจายตนะ สะมาปัตติยา วุฏฐะหิตฺวา วิญญาณัญจายะตะนัง สะมาปัชชิ, วิญญาณัญจายตนะสะมาปัตติยา วุฏฐะหิตฺวา อากิญจัญญายะตะนัง สะมาปัชชิ, อากิญจัญญายตนะสะมาปัตติยา วุฏฐะหิตฺวา เนวะสัญญานาสัญญายะตะนัง สะมาปัชชิ, เนวะสัญญานาสัญญายตนะสะมาปัตติยา วุฏฐะหิตฺวา สัญญาเวทะยิตะนิโรธัง สะมาปัชชิ ฯ

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเข้าปฐมฌาน ออกจากปฐมฌานแล้ว เข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานแล้ว เข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานแล้ว เข้าจตุตถฌาน ออกจากจตุตถฌานแล้ว ทรงเข้าอากาสานัญจายตนะ ออกจาก อากาสานัญจายตนะสมาบัติแล้ว เข้าวิญญาณัญจายตนะ ออกจากวิญญาณัญจายตนะสมาบัติแล้ว เข้าอากิญจัญญายตนะ ออกจากอากิญจัญญายตนะสมาบัติแล้ว เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ ออกจากเนวสัญญานาสัญญายตนะสมบัติแล้ว ทรงเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ.

อะถะโข อายัสฺมา อานันโท อายัสมันตัง อะนุรุทธัง เอตะทะโวจะ ปรินิพพุโต ภันเต อะนุรุทธะ ภะคะวาติ ฯ

นาวุโส อานันทะ ภะคะวา ปรินิพพุโต สัญญาเวทะยิตะนิโรธัง สะมาปันโนติ ฯ

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ได้ถามท่านพระอนุรุทธะว่า "พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้วหรือ?" ท่านพระอนุรุทธะกล่าวว่า "อานนท์ผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคเจ้ายังไม่เสด็จปรินิพพาน ทรงเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ."

อะถะโข ภะคะวา สัญญาเวทะยิตะนิโรธะ สะมาปัตติยา วุฏฐะหิตฺวา เนวะสัญญานาสัญญายะตะนัง สะมาปัชชิ, เนวะสัญญานาสัญญายตนะ สะมาปัตติยา วุฏฐะหิตฺวา อากิญจัญญายะตะนัง สะมาปัชชิ, อากิญจัญญายตนะสะมาปัตติยา วุฏฐะหิตฺวา วิญญาณัญจายะตะนัง สะมาปัชชิ, วิญญาณัญจายตนะสะมาปัตติยา วุฏฐะหิตฺวา อากาสานัญจายะตะนัง สะมาปัชชิ, อากาสานัญจายตนะสะมาปัตติยา วุฏฐะหิตฺวา จะตุตถัง ฌานัง สะมาปัชชิ, จะตุตถา ฌานา วุฏฐะหิตฺวา ตะติยัง ฌานัง สะมาปัชชิ, ตะติยา ฌานา วุฏฐะหิตฺวา ทุติยังฌานัง สะมาปัชชิ, ทุติยา ฌานา วุฏฐะหิตฺวา ปะฐะมัง ฌานัง สะมาปัชชิ, ปะฐะมาฌานา วุฏฐะหิตฺวา ทุติยัง ฌานัง สะมาปัชชิ, ทุติยา ฌานา วุฏฐะหิตฺวา ตะติยังฌานัง สะมาปัชชิ, ตะติยา ฌานา วุฏฐะหิตฺวา จะตุตถัง ฌานัง สะมาปัชชิ ฯ

จะตุตถา ฌานา วุฏฐะหิตฺวา สะมะนันตฺรา ภะคะวา ปะรินิพพายิ ฯ

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติแล้ว เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ ออกจากเนวสัญญานาสัญญายะตะนะสมาบัติแล้ว เข้าอากิญจัญญายตนะ ออกจากอากิญจัญญายตนะสมาบัติแล้ว เข้าวิญญาณัญจายตนะ ออกจากวิญญาณัญจายะตะนะสมาบัติแล้ว เข้าอากาสานัญจายตนะ ออกจากอากาสานัญจายะตะนะสมาบัติแล้ว เข้าจตุตถฌาน ออกจากจตุตถฌานแล้ว เข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานแล้ว เข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานแล้ว เข้าปฐมฌาน ออกจากปฐมฌานแล้ว เข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานแล้ว เข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานแล้ว เข้าจตุตถฌาน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง ออกจากจตุตถฌานแล้ว เสด็จปรินิพพานในลำดับ (แห่งการพิจารณาองค์จตุตถฌานนั้น).

ปะรินิพพุเต ภะคะวะติ สะหะ ปะรินิพพานา มะหาภูมิจาโล อะโหสิ ภิงสะนะโก โลมะหังโส เทวะทุนทะภิโย จะ ผะลิงสุ ฯ

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว พร้อมกับการปรินิพาน ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ เกิดความขนพองสยองเกล้า น่าสะพรึงกลัว ทั้งกลองทิพย์ก็บันลือขึ้น

ปะรินิพพุเต ภะคะวะติ สะหะ ปะรินิพพานา พฺรัหฺมา สะหัมปะติ อิมัง คาถัง อะภาสิ

สัพเพ วะ นิกขิปิสสันติภูตา โลเก สะมุสสะยังยัตถะ เอตาทิโส สัตถาโลเก อัปปฏิปุคคะโลตะถาคะโต พะลัปปัตโตสัมพุทโธ ปะรินิพพุโตติ ฯ

พรหมกล่าวสังเวคธรรม เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว พร้อมกับปรินิพพาน ท้าวสหัมบดีพรหมได้กล่าวคาถานี้ว่า "สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จักต้องทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลก แต่พระตถาคต ผู้เป็นศาสดาเช่นนั้น หาบุคคลจะเปรียบเทียบมิได้ในโลก เป็นพระสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระกำลัง ยังเสด็จปรินิพพาน".

ปะรินิพพุเต ภะคะวะติ สะหะ ปะรินิพพานา สักโก เทวานะมินโท อิมัง คาถัง อะภาสิ

อนิจจา วะตะ สังขาราอุปปาทะวะยะธัมมิโนอุปปัชชิตฺวา นิรุชฌันติเตสัง วูปะสะโม สุโขติ ฯ

ท้าวสักกะกล่าวสังเวคธรรม เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว พร้อมกับปรินิพพาน ท้าวสักกะจอมเทพ ได้ตรัสพระคาถาว่า "สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา ย่อมเกิดขึ้นและดับไป ความเข้าไปสงบสังขารเหล่านั้นได้เป็นสุข".

ปะรินิพพุเต ภะคะวะติ สะหะ ปะรินิพพานา อายัสฺมา อะนุรุทโธ อิมา คาถา อะภาสิ

นาหุ อัสสาสะปัสสาโสฐิตะ จิตตัสสะ ตาทิโนอะเนชโช สันติมารัพภะยัง กาละมะกะรี มุนิ ฯอะสัลลีเนนะ จิตเตนะเวทะนัง อัชฌะวาสะยิปัชโชตัสเสวะ นิพพานังวิโมกโข เจตะโส อะหูติ ฯ

พระอนุรุทธเถระ กล่าวสังเวคธรรม เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว พร้อมกับปรินิพพาน ท่านพระอนุรุทธะ ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า "ลมอัสสาสะปัสสาสะมิได้มีแล้ว ของผู้มีพระทัยตั้งมั่น ผู้คงที่ ไม่หวั่นไหว ปรารภสันติ พระมุนีพระองค์นั้นทำกาละแล้ว. พระองค์มีพระทัยไม่หดหู่ ทรงอดกลั้นเวทนาได้แล้ว ความพ้นแห่งจิตได้มีแล้ว เหมือนดวงประทีปดับไป ฉะนี้".

ปรินิพพุเต ภะคะวะติ สะหะ ปรินิพพานา อายัสฺมา อานันโท อิมัง คาถัง อะภาสิ

ตะทาสิ ยัง ภิงสะนะกังตะทาสิ โลมะหังสะนังสัพพาการะวะรูเปเตสัมพุทเธ ปรินิพพุเตติ ฯ

พระอานนท์เถระ กล่าวสังเวคธรรม เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว พร้อมกับปรินิพพาน ท่านพระอานนท์ ได้กล่าวคาถานี้ว่า "ในครั้งนั้นได้เกิดอัศจรรย์ น่าสะพรึงกลัว และเกิดความขนพองสยองเกล้า เมื่อพระสัมพุทธเจ้า ผู้ประกอบด้วยอาการอันประเสริฐทั้งปวงปรินิพพานแล้ว".

From the chanting book สาธยายธรรม นำสู่วิมุตฺติ, page 197, compiled by the ธรรมสมทบ team.