Dasadhamma Sutta
ทสธัมมสุตตปาโฐ
เอวัมเม สุตัง. เอกัง สะมะยัง ภะคะวา, สาวัตถิยัง วิหะระติ, เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ, อาราเม. ตัตฺระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ ภิกขะโว ติ. ภะทันเต ติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง. ภะคะวา เอตะทะโวจะ.
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ว่า สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า
ทะสะ อิเม ภิกขะเว ธัมมา, ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพา,
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการ เหล่านี้แล อันบรรพชิต พึงพิจารณาเนือง ๆ
กะตะเม ทะสะ ?
๑๐ ประการ เป็นไฉน ? คือ
๑. เววัณณิยัมหิ อัชฌูปะคะโตติ, ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า บัดนี้ เรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์แล้ว อาการกิริยาใด ๆ ของสมณะ เราต้องทำกิริยาอาการนั้น ๆ.
๒. ปะระปะฏิพัทธา เม ชีวิกาติ, ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
บรรพชิตพึงพิจารณาเนื่อง ๆ ว่า การเลี้ยงชีวิตของเราเนื่องด้วยผู้อื่น เราควรทำตัวให้เขาเลี้ยงง่าย.
๓. อัญโญ เม อากัปโป กะระณีโยติ, ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า อาการกายวาจาอย่างอื่น ที่เราจะต้องทำ ให้ดีขึ้นไปกว่านี้ยังมีอีก มิใช่เพียงเท่านี้.
๔. กัจจิ นุ โข เม อัตตา สีละโต นะ อุปะวะทะตีติ, ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
บรรพชิตพึงพิจารณาเนื่อง ๆ ว่า ตัวเราเองติเตียนตนเอง โดยศีลได้หรือไม่.
๕. กัจจิ นุโข มัง อะนุวิจจะ วิญญู สะพฺรัหฺมะจารี สีละโต นะ อุปะวะทันตีติ. ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า ท่านผู้รู้ใคร่ครวญแล้ว ติเตียนเราโดยศีลได้หรือไม่.
๖. สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโวติ. ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า เราจะต้องเป็นต่าง ๆ คือว่า เราจะต้องพลัดพรากจากของรัก ของชอบใจทั้งสิ้นไป.
๗. กัมมัสสะโกมหิ กัมมะทายาโท กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระโณ, ยัง กัมมัง กะริสสามิ กัลฺยาณัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามีติ. ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า เรามีกรรมเป็นของ ๆ ตน เป็นผู้รับผลของกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราจักทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม เราจักต้องเป็นผู้ได้รับผลของกรรมนั้น ๆ.
๘. กะถัมภูตัสสะ เม รัตตินทิวา วีติปะตันตีติ, ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า วันคืนล่วงไป ๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่.
๙. กัจจิ นุโข หัง สุญญาคาเร อะภิระมามีติ, ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า เรายินดีในที่สงัดหรือไม่.
๑๐. อัตถิ นุโข เม อุตตะริมะนุสสะธัมมา อะละมะริยะญาณะทัสสะนะวิเสโส อะธิคะโต, โสหัง ปัจฉิเม กาเล สะพฺรัหฺมะจารีหิ. ปุฏโฐ นะ มังกุ ภะวิสสามีติ, ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า คุณธรรมอันวิเศษ คือ โลกุตตรกุศล เกิดมีในตนหรือไม่ ที่จะทำให้เราเป็นผู้ไม่เก้อเขิน ในเวลาเพื่อนบรรพชิตถามในกาลภายหลัง.
อิเม โข ภิกขะเว ทะสะ ธัมมา, ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพาติ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการ เหล่านี้แล อันบรรพชิต พึงพิจารณาเนือง ๆ อย่าได้ประมาท.
From the chanting book สาธยายธรรม นำสู่วิมุตฺติ, page 144, compiled by the ธรรมสมทบ team.