เมตตาและขันติ สังคหวัตถุ และเหตุใกล้ชิดของเมตตา
เมตตาและขันติมีองค์ธรรมเดียวกัน คือ อโทสะ ความไม่โกรธ เมตตาที่ผลักออกมาเป็นการกระทำ คือ สังคหวัตถุ และเหตุใกล้ชิดของเมตตา คือ มองเห็นความดีในสัตว์ทั้งหลาย
ใจความสำคัญ
- เมตตาและขันติมีองค์ธรรมเดียวกัน คือ อโทสะ ความไม่โกรธ เป็นรากของศีล รากของสมาธิ รากของปัญญาญาณ
- โทสะเป็นตัวตัดรากของกุศลศีล เมื่อศีลไม่งอกเงย สมาธิปัญญาจะเกิดขึ้นไม่ได้
- การให้ด้วยเมตตาที่ผลักออกมาเป็นการกระทำ เรียกว่า สังคหวัตถุ ได้แก่ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา
- ลักษณะของเมตตา คือ ความรัก ความปรารถนาดี ความเอื้ออาทร กิจของเมตตา คือ ทำลายปฏิฆะ พยาบาท และความเครียดทุกชนิด
- เหตุใกล้ชิดของเมตตา คือ โยนิโสมนสิการ มองเห็นความดี มองเห็นจุดเด่นในสัตว์ทั้งหลาย
เมตตา และ ขันติ
เมตตาเกิดขึ้นเมื่อนึกถึงสัตว์บุคคลที่มีชีวิตเป็นอารมณ์ ส่วนขันติ คือ ความอดทนต่อสิ่งต่าง ๆ ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยปัญญา ทั้งเมตตาและขันติมีองค์ธรรมเดียวกัน คือ “อโทสะ ความไม่โกรธ”
เมตตา และ ขันติ เป็นห้องประชุมของคุณธรรมขั้นสูง เป็นรากของศีล รากของสมาธิ รากของปัญญาญาณ กุศลศีลจะถูกทำลายด้วยโทสะ โทสะเป็นตัวตัดรากของกุศลศีล เมื่อศีลไม่งอกเงย สมาธิปัญญาจะเกิดขึ้นไม่ได้
เมตตา ขับเคลื่อนออกมาเป็นสังคหวัตถุ
การให้ด้วยเมตตาที่ผลักออกมาเป็นการกระทำ เรียก “สังคหวัตถุ” ได้แก่
- ทาน คือ การให้
- ปิยวาจา คือ การกล่าววาจาที่อ่อนหวาน
- อัตถจริยา คือ การประพฤติประโยชน์
- สมานัตตตา คือ วางตนให้เสมอ… เสมอในสุข เสมอในทุกข์ เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เลือกที่รัก ไม่ผลักที่ชัง
ยามที่ปกติให้ด้วยเมตตา
ยามที่เห็นเขาประสบความทุกข์ ต้องการเกื้อกูล ก็ให้ด้วยกรุณา
ต้องการส่งเสริมสนับสนุน ก็ให้ด้วยมุทิตา
ยามที่วางใจเป็นกลาง สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตน ให้ด้วยอุเบกขา
ภาคปฏิบัติต้องวัดกันที่สังคหวัตถุ
- ปัญญาพลัง กำลังแห่งความรู้ความเข้าใจ ฉลาด รู้รอบ รู้ชัด รู้ลึก รู้ทั่ว
- วิริยพลัง กำลังแห่งความแกล้วกล้าอาจหาญ บุกฝ่าด้วยความรู้และเข้าใจ
- อนวัชชพลัง กำลังแห่งกาย วาจา ใจ ที่สะอาด
- สังคหพลัง กำลังแห่งการสงเคราะห์ เชื่อมประสาน
ให้ด้วยเมตตา มีความรักปรารถนาดีในการให้ ขับเคลื่อนมาจากสัมมาทิฏฐิ (ปัญญา) และสัมมาสังกัปปะ (วิตก)
ในการดำเนินชีวิต ความมั่นใจไม่หวั่นไหวต่อสิ่งต่าง ๆ ปัญญา วิริยะ อนวัชชะ สังคหะ เป็นตัวขับเคลื่อนเมตตาให้มีพลังมากขึ้น พวกเราทั้งหลายต้องเข้าให้ถึง…
ลักขณาทิจตุกกะของเมตตา
- ลักษณะของเมตตา คือ มีความรัก ความปรารถนาดี ความเอื้ออาทร
- กิจของเมตตา คือ ทำลายปฏิฆะ (ความโกรธ) ทำลายพยาบาท ทำลายความเครียดทุกชนิด
- ผลปรากฏของเมตตา คือ จิตใจนุ่มนวลอ่อนโยน ไม่มีความอาฆาตพยาบาทติดอยู่ในใจ
- เหตุใกล้ของเมตตา คือ ภาวะที่เห็นความน่าเจริญใจของสัตว์ทั้งหลาย
เมื่อเราแผ่เมตตาให้แก่กันและกัน เป็นปัจจัยที่มีกำลัง เกื้อกูลกันและกันเพื่อให้เมตตาจิตเกิดได้เร็วขึ้น
เวลาอยู่ด้วยกันต้องแผ่เมตตาจิตให้กันเป็นอันดับต้น ๆ ก่อน เมื่อเมตตามีพลังแล้ว จะเป็นเหตุแห่งการเกื้อกูลกัน กระตุ้นกัน ให้จิตนั้นอาจหาญแกล้วกล้า ร่าเริง เบิกบานได้ง่าย
อะไรเป็นเหตุใกล้ชิดของเมตตา
โยนิโสมนสิการ คือ การรู้จักคิด พิจารณาโดยแยบคาย เป็นเหตุให้เกิดเมตตา การมนสิการถึงจุดเด่นของสัตว์ทั้งหลายได้ง่าย เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้ใด ก็เห็นจุดเด่นของท่านผู้นั้นได้อย่างรวดเร็ว เช่น มีพฤติกรรมทางกายที่เด่น ก็มองเห็นได้ มีพฤติกรรมทางวาจาที่ดี ก็สามารถมองเห็นจุดเด่นนั้นได้ หรือแม้จะหากายกรรม วจีกรรมที่ดีของท่านผู้นั้นไม่พบ ก็สามารถชำแรกแยกแยะลงสู่สภาพจิตที่ดีของท่านผู้นั้นได้ ว่ามีกตัญญู กตเวที ทำกิจกรรมประโยชน์ต่าง ๆ สามารถเห็นสภาพจิตของเขาที่เข้าถึงความดี
…เหตุใกล้ชิดของเมตตา คือ มองเห็นความดี มองเห็นจุดเด่นในสัตว์ทั้งหลาย
การเจริญเมตตาให้ได้ผล ต้องมีคารวธรรม ๗ ประการ
- พุทธคารวตา เคารพในพระพุทธเจ้า
- ธัมมคารวตา เคารพในพระธรรม
- สังฆคารวตา เคารพในพระสงฆ์
- สิกขาคารวตา เคารพในสิกขา ๓
- สมาธิคารวตา เคารพในสมาธิ
- อัปปมาทคารวตา เคารพในความไม่ประมาท
- ปฏิสันถารคารวตา เคารพในการปฏิสันถาร
ที่มา: หนังสือเจาะลึกเมตตา สู่ภาวนาที่ยั่งยืน โดยธรรมสมทบ พิมพ์ครั้งที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน ISBN 978-616-8325-04-9 หน้า ๑๙–๒๖