แก้กรรมอย่างไรให้ถูกวิธี
แก้กรรม ภาษาพระคือ ปฏิกรรม แปลว่าการทำคืน การแก้ไข เลิกทำชั่วแล้วเปลี่ยนมาทำดี ไม่ใช่การรดน้ำมนต์ให้กรรมไม่ดีหายไป
ใจความสำคัญ
- ภาษาพระไม่มีคำว่าแก้กรรม แต่มาจากคำว่า ปฏิกรรม แปลว่า การทำคืน การแก้ไข การทำใหม่ เปลี่ยนมาเป็นดี เลิกการกระทำชั่ว
- การแก้กรรมในทางพระพุทธศาสนามี ๓ แบบ คือ อาปัตติปฏิกรรม ปวารณากรรม และอัจจยเทศนา ซึ่งเป็นการแก้กรรมของทุกคน
- เมื่อทำไม่ดีกับแม่ แล้วไปขออดโทษและตั้งใจจะไม่ทำอีก ต่อไปก็ตั้งใจทำสิ่งดีงามให้มากขึ้น อย่างนี้เรียกว่าแก้กรรม
- การรดน้ำมนต์ หรือให้พระสวดมนต์ให้เพื่อให้กรรมไม่ดีหายไป ยังเป็นความเห็นที่ไม่ถูกต้อง
- แก้กรรมที่ถูกต้อง คือเห็นจริงว่าตนทำไม่ถูก มีเจตนายุติการกระทำนั้น แล้วแก้พฤติกรรมทั้งกาย วาจา ใจ ให้มีปัญญา
การแก้กรรม คำนี้นิยมใช้กันในปัจจุบัน ภาษาพระไม่มีคำว่าแก้กรรม แต่มาจากคำว่า ปฏิกรรม แปลว่า การทำคืน การแก้ไข การทำให้กลับคืนดี การทำใหม่ เปลี่ยนมาเป็นดี เลิกการกระทำชั่ว
การแก้กรรมในทางพระพุทธศาสนามี ๓ แบบ
- อาปัตติปฏิกรรม เป็นการแก้กรรมในทางพระวินัย การทำคืนอาบัติ ปลงอาบัติ ใช้กับพระสงฆ์ เปิดเผยความผิด บอกเลิก ละ
- ปวารณากรรม การบอกเปิดโอกาสเชื้อเชิญให้ว่ากล่าวตักเตือน ในช่วงออกพรรษา พระท่านจะปวารณากรรม หากมีข้อผิดพลาดใด ขอให้สงฆ์ว่ากล่าวตักเตือนได้ จะไม่โกรธ และจะแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น
- อัจจยเทศนา เป็นการแก้กรรมของทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือฆราวาส
ตัวอย่างเช่น พระเจ้าอชาตศัตรู หลังจากทำปิตุฆาตแล้ว เกิดความทุกข์โทมนัสใจอย่างมาก หาทางออกไม่ได้ หมอชีวกโกมารภัจจ์ จึงได้ทูลเชิญเสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์จึงได้ขออดโทษต่อหน้าพระพักตร์พระพุทธเจ้า
การกระทำผิดธรรมะนั้น ถือว่าเป็นการกระทำผิดต่อพระรัตนตรัย เมื่อเห็นโทษแล้วมาปฏิญาณกับบุคคลที่เคารพอย่างสูงสุด ตั้งเจตจำนงจงใจ ปฏิกรรมตนเองใหม่ แก้ไขกลับมาทำสิ่งที่ดี นี้เป็นความเจริญงอกงาม ตามแบบอย่างของอริยชน
หากเราทำไม่ดีกับแม่ ทั้งกายกรรม วจีกรรม หรือมโนกรรม เมื่อระลึกได้ก็ไปขออดโทษจากแม่ บอกแม่ว่า ลูกได้กระทำสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร ขอให้แม่อดโทษให้ด้วย ต่อไปจะไม่ทำเช่นนั้นอีก แม่ก็ชื่นใจ บอกว่า แม่จะไม่โกรธ ไม่อาฆาตพยาบาทซึ่งกันและกัน ตัวกรรมที่ทำนั้นสัมฤทธิผลแล้ว เมื่อเราไปขออดโทษว่าจะแก้ไข ปรับปรุงพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ก็กลายเป็นกำลังใจว่า เราไปขอแก้กรรม แก้พฤติกรรม ต่อไปเราก็จะตั้งใจทำสิ่งดีงามให้มากยิ่ง ๆ ขึ้นไป กรณีอย่างนี้ก็เรียกว่า แก้กรรม
คนในปัจจุบันส่วนมาก นิยมการไปรดน้ำมนต์ ให้พระสวดมนต์ให้เพื่อให้กรรมไม่ดีทั้งหลายหายไป ยังเป็นความเห็นที่ไม่ถูกต้อง
กรรมเป็นเรื่องของจิตสำนึก แปลว่า เราต้องเห็นจริง ๆ ว่าเราทำไม่เหมาะไม่ควร เมื่อเห็นว่าตนเองได้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องแล้ว จะต้องมีเจตนาที่จะขอยุติการกระทำนั้น ๆ และทำให้ดีขึ้น พัฒนาขึ้น หรือแก้พฤติกรรมทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ ให้มีปัญญาเกิดขึ้นในการดำเนินชีวิต อย่างนี้จึงจะเป็นการแก้กรรมที่ถูกต้อง
ที่มา: หนังสือธรรมดี ชีวีมีสุข โดยพระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม พิมพ์ครั้งที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ISBN 978-616-8325-05-6 หน้า ๘๘–๙๐