คำถวายผ้ากฐิน คำอปโลกน์กฐิน และบทสวดมนต์ในงานกฐิน
คำถวายผ้ากฐิน “อิมํ จีวรํ กถินตฺถาย สํฆสฺส เทมิ” และแบบเต็มพร้อมคำแปล คำอปโลกน์กฐินแบบ 2 รูป กรรมวาจาให้ผ้ากฐิน คำกรานกฐิน และคำอุทิศส่วนกุศล
ใจความสำคัญ
- เมื่อทายกนำผ้ากฐินมาสู่ที่ประชุมสงฆ์ กล่าวคำถวายสั้น ๆ ว่า “อิมํ จีวรํ กถินตฺถาย สํฆสฺส เทมิ” หรือกล่าวคำถวายแบบเต็มพร้อมบริวาร
- คำอปโลกน์กฐินแบบ 2 รูป รูปที่หนึ่งประกาศว่าผ้ากฐินเป็นของสงฆ์ รูปที่สองเสนอภิกษุผู้สมควรครองกฐิน ให้สงฆ์สาธุการพร้อมกัน
- สงฆ์สวดกรรมวาจาให้ผ้ากฐินแก่ภิกษุผู้ครองกฐิน ท่านถอนไตรจีวรเดิม อธิษฐานสำรับใหม่ แล้วกล่าวคำกรานกฐิน
- ภิกษุผู้กรานกฐินแล้วนิมนต์สงฆ์อนุโมทนา และสงฆ์กล่าวคำอนุโมทนากฐิน เริ่มจากภิกษุผู้แก่พรรษากว่า
คำถวายผ้ากฐิน
เมื่อทายกนำผ้ากฐินมาสู่ที่ประชุมสงฆ์แล้ว กล่าวคำถวาย ดังนี้
“อิมํ จีวรํ กถินตฺถาย สํฆสฺส เทมิ.”
(ข้าพเจ้าขอน้อมถวายผ้าจีวรนี้แด่พระสงฆ์ เพื่อประโยชน์แก่กฐิน)
หรือ
“อิมํ กถินจีวรํ สํฆสฺส เทมิ.”
(ข้าพเจ้าขอน้อมถวายผ้ากฐินนี้แด่พระสงฆ์)
หรือ
อิมัง ภันเต, สะปะริวารัง, กะฐินะจีวะระทุสสัง, สังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, สังโฆ, อิมัง, สะปะริวารัง, กะฐินะทุสสัง, ปะฏิคคัณหาตุ, ปะฏิคคะเหตฺวา จะ, อิมินา ทุสเสนะ, กะฐินัง, อัตถะระตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ.
(ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้ากฐินจีวร กับทั้งบริวารนี้ แก่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับผ้ากฐิน กับทั้งบริวารนี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย ครั้นรับแล้ว จงกรานกฐิน ด้วยผ้านี้ เพื่อประโยชน์และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนาน เทอญ.)
หรือ
“มะยัง ภันเต กัมมัญจะ กัมมะผะลัญจะ สัททะหิตวา สะมะสัทธา สะมะฉันทา สะมะจิตตา สังสาระวัฏฏะทุกขะโต โมจะนัตถายะ นิพพานัสสะ สัจฉิกะระณัตถายะ อิมัง กะถินะจีวะรัง สะปะริวารัง สังฆัสสะ เทมะ, อิมินา จีวะเรนะ กะถินัง อัตถะระถะ.
อิทัง โน ปุญญัง นิพพานัสสะ ปัจจะโย โหตุ.
อิมัง ปุญญะปัตติง มาตาปิตุ อาจะริยะ อัยยะกะ อัยยิกา ญาติมิตตานัง เสสะสัตตานัญจะ เทมะ.
สัพเพปิ เต อิมัง ปุญญะปัตติง ลัทธานะ สุขิตา โหนตุ.”
(ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย เชื่อกรรมและผลของกรรม มีศรัทธา มีฉันทะ พร้อมใจกันถวาย ผ้ากฐินนี้ พร้อมทั้งของบริวาร แด่พระสงฆ์ เพื่อประโยชน์ แก่การทำให้แจ้ง ซึ่งพระนิพพาน ขอท่านทั้งหลาย จงกรานกฐินด้วยผ้านี้
ขอให้ผลบุญนี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย จงเป็นปัจจัยแห่งพระนิพพาน
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขออุทิศส่วนบุญนี้ ให้แก่มารดาบิดา ครูบาอาจารย์ ปู่ย่าตายาย ญาติมิตรสหาย ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ดี ที่ล่วงลับไปแล้วก็ดี พร้อมทั้งสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ขอให้ท่านเหล่านั้น เมื่อได้รับส่วนบุญนี้แล้ว จงมีความสุข โดยทั่วกันจนทุกท่านด้วย เทอญ)
คำอปโลกน์กฐิน (แบบ 2 รูป)
รูปที่ ๑
ผ้ากฐินทานกับทั้งผ้าอานิสังสบริวารทั้งปวงนี้ เป็นของ … พร้อมด้วย … ผู้ประกอบด้วยศรัทธา อุตสาหะ พร้อมเพรียงกันนำมาถวาย แด่พระภิกษุสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษาถ้วนไตรมาสในอาวาสนี้
ก็แลผ้ากฐินทานนี้เป็นของบริสุทธิ์ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ แล้วแลตกลงในที่ประชุมสงฆ์ จะได้จำเพาะเจาะจงลงว่าเป็นของพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งก็หามิได้ มีพระบรมพุทธานุญาตไว้ว่า ให้พระสงฆ์ทั้งปวงยอมอนุญาตให้แก่ภิกษุรูปหนึ่ง เพื่อจะทำซึ่งกฐินัตถารกิจ ตามพระบรมพุทธานุญาต และมีคำพระอรรถกถาจารย์ ผู้รู้พระบรมพุทธาธิบายสังวรรณนาไว้ว่า ภิกษุรูปใดประกอบด้วยศีลสุตาธิคุณ มีสติปัญญาสามารถ รู้ธรรม ๘ ประการ มีบุพกิจ เป็นต้น ภิกษุรูปนั้น จึงสมควร เพื่อจะกระทำกฐินัตถารกิจ ตามพระบรมพุทธานุญาตได้
บัดนี้ พระสงฆ์ทั้งปวง จะเห็นสมควรแก่ภิกษุรูปใด จงพร้อมกันยอมอนุญาตให้แก่ภิกษุรูปนั้น เทอญ.
(ไม่ต้อง สาธุ)
รูปที่ ๒
ผ้ากฐินทาน กับทั้งผ้าอานิสังสบริวารทั้งปวงนี้ ข้าพเจ้าพิจารณาเห็นสมควรแก่ … ซึ่งเป็นผู้มีสติปัญญาสามารถ เพื่อกระทำกฐินัตถารกิจให้ถูกต้องตามพระบรมพุทธานุญาตได้ ถ้าพระภิกษุรูปใดเห็นไม่สมควร จงทักท้วงขึ้นในท่ามกลางระหว่างสงฆ์ (หยุดนิดหนึ่ง) ถ้าเห็นสมควรแล้วไซร้จงให้สัททสัญญาสาธุการขึ้นให้พร้อมกัน เทอญ.
(สาธุ)
แบบกรรมวาจาให้ผ้ากฐิน
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ, ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ,
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมา, -สัมพุทธัสสะ.สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ. อิทัง สังฆัสสะ กะฐินะทุสสัง อุปปันนัง, ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง, สังโฆ อิมัง กะฐินะทุสสัง อายัสฺมะโต (อิตถันนามัสสะ) ทะเทยยะ, กะฐินัง อัตถะริตุง. เอสา ญัตติ.
สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ. อิทัง สังฆัสสะ กะฐินะทุสสัง อุปปันนัง, สังโฆ อิมัง กะฐินะทุสสัง อายัสฺมะโต (อิตถันนามัสสะ), เทติ, กะฐินัง อัตถะริตุง. ยัสสายัสฺมะโต ขะมะติ, อิมัสสะ กะฐินะทุสสัสสะ, อายัสฺมะโต (อิตถันนามัสสะ), ทานัง, กะฐินัง อัตถะริตุง, โส ตุณฺหัสสะ, ยัสสะ นักขะมะติ, โส ภาเสยยะ.
ทินนัง อิทัง สังเฆนะ, กะฐินะทุสสัง อายัสฺมะโต (อิตถันนามัสสะ), กะฐินัง อัตถะริตุง. ขะมะติ สังฆัสสะ ตัสฺมา ตุณฺหี, เอวะเมตัง, ธาระยามิ.
หมายเหตุ ในวงเล็บ อิตถันนามัสสะ นั้น ให้ใส่ชื่อผู้ครองกฐินแทน
ภิกษุผู้ได้ผ้ากฐินต้องถอนไตรจีวรสำรับเดิม อธิษฐานไตรจีวรสำรับใหม่ แล้วกล่าวคำกรานกฐิน
กรานด้วยสังฆาฏิ
“อิมาย สงฺฆาฏิยา กฐินํ อตฺถรามิ”
(ข้าพเจ้ากรานกฐินด้วยผ้าสังฆาฏิผืนนี้)
กรานด้วยอุตตราสงค์
“อิมินา อุตฺตราสงฺเคน กฐินํ อตฺถรามิ”
(ข้าพเจ้ากรานกฐินด้วยผ้าอุตตราสงค์ผืนนี้)
กรานด้วยอันตรวาสก
“อิมินา อนฺตรวาสเกน กฐินํ อตฺถรามิ”
(ข้าพเจ้ากรานกฐินด้วยผ้าอันตรวาสกผืนนี้)
ภิกษุผู้กรานกฐินแล้วพึงห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง เข้าไปหาสงฆ์แล้ว กล่าวคำนิมนต์ให้สงฆ์อนุโมทนากฐินว่า
“อตฺถตํ ภนฺเต สํฆสฺส กฐินํ, ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทถ”
(ท่านเจ้าข้า กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินชอบธรรม ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนาเถิด)
ขั้นตอนสุดท้าย คือ สงฆ์กล่าวคำอนุโมทนากฐิน โดยภิกษุผู้แก่พรรษากว่ากล่าวก่อนว่า
“อตฺถตํ อาวุโส สํฆสฺส กฐินํ, ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทาม” (ถ้ารูปเดียวว่า อนุโมทามิ)
(ผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินชอบธรรม เราทั้งหลายขออนุโมทนา)
และภิกษุผู้มีพรรษาอ่อนกว่าก็กล่าวคำอนุโมทนาเช่นเดียวกัน เปลี่ยนแต่คำว่า “อาวุโส” เป็น “ภนฺเต” เท่านั้น (วิ.อ.๓/๓๐๖/๑๙๕)
บทสวดมนต์
พุทธานุสสติ
อิติปิโส ภะคะวา, อะระหัง, สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุคะโต, โลกะวิทู, อนุตตะโร ปุริสสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ, ภะคะวาติ.
ธัมมานุสสติ
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก, อกาลิโก, เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ.
สังฆานุสสติ
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง, จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย, ปาหุเนยโย, ทักขิเณยโย, อัญชะลีกะระณีโย, อนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ.
โพธิกถา
บทสวดนี้อ่านและสวดตามได้ในหนังสือสวดมนต์ของภาวนาราม: โพธิกถา
บารมี ๓๐ ทัศ
บทสวดนี้อ่านและสวดตามได้ในหนังสือสวดมนต์ของภาวนาราม: บารมี ๓๐ ทัศ
คำอุทิศส่วนกุศล
สัตว์ทั้งหลาย ไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ จงมีส่วนแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำ ณ บัดนี้ และแห่งบุญอื่นที่ได้ทำไว้ก่อนแล้ว
คือจะเป็นสัตว์เหล่าใด ซึ่งเป็นที่รักใคร่และมีบุญคุณ เช่นมารดาบิดาของข้าพเจ้าเป็นต้นก็ดี ที่ข้าพเจ้าเห็นแล้วหรือไม่ได้เห็นก็ดี สัตว์เหล่าอื่นซึ่งเป็นกลาง ๆ หรือเป็นคู่เวรกันก็ดี สัตว์ทั้งหลาย ตั้งอยู่ในโลก อยู่ในภูมิทั้งสาม อยู่ในกำเนิดทั้งสี่ มีขันธ์ห้าขันธ์ มีขันธ์ขันธ์เดียว มีขันธ์สี่ขันธ์ กำลังท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยใหญ่ก็ดี
สัตว์เหล่าใดรู้ส่วนบุญที่ข้าพเจ้าแผ่ให้แล้ว ขอสัตว์เหล่านั้น จงอนุโมทนาเองเถิด ส่วนสัตว์เหล่าใดที่ยังไม่รู้ส่วนแห่งบุญนี้ ขอเทวดาทั้งหลาย โปรดบอกสัตว์เหล่านั้นให้รู้ด้วย
เพราะเหตุที่ได้อนุโมทนาส่วนบุญ ที่ข้าพเจ้าแผ่ให้แล้ว ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่มีเวร อยู่เป็นสุขทุกเมื่อ จนถึงบทอันเกษม กล่าวคือพระนิพพาน ความปรารถนาที่ดีงามของสัตว์เหล่านั้น จงสำเร็จเถิด
บทสวดที่เกี่ยวข้อง
อ่านและสวดตามได้ในหนังสือสวดมนต์ของภาวนาราม
ที่มา: หนังสือกฐินสู่ธรรม ดำเนินตามอริยชน โดยทีมงานธรรมสมทบ ฉบับอีบุ๊ก พฤศจิกายน ๒๕๖๖ หน้า ๓๕–๕๐