กายป่วย ใจไม่ป่วย
ร่างกายนี้ป่วยอยู่เป็นนิจ ส่วนใจป่วย คือ ใจที่มีราคะ โทสะ โมหะกลุ้มรุม กายป่วย ใจจะไม่ป่วยได้ด้วยโยนิโสมนสิการ ตั้งมั่นในกุศล และเจริญปัญญา
ใจความสำคัญ
- พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ร่างกายนี้ป่วยอยู่เป็นนิจ เพียงแต่เรายังทนได้
- ความเย็น ความร้อน ความหิว ความกระหาย การถ่ายอุจจาระ และการถ่ายปัสสาวะ คือโรคทางกายทั้ง ๖ ที่ต้องเผชิญ
- ใจป่วย คือ ใจที่มีราคะ โทสะ โมหะ หรือกิเลส เช่น ความตระหนี่ ริษยา วิตกกังวล เครียด กลุ้มรุม
- กายป่วย ใจจะไม่ป่วย ต้องฉลาดในการคิด (โยนิโสมนสิการ) เชื่อมั่นในทาน ศีล ภาวนา และพัฒนาปัญญาให้เกิดขึ้นในตน
- รูปธรรมและนามธรรมเกิดดับสืบต่อ อัตตาตัวตนไม่มีอยู่จริง จงวางความยึดมั่นถือมั่นลง
โรคทางกาย
หลายท่านอาจคิดว่า ตอนนี้เรายังไม่ป่วย ร่างกายเรายังแข็งแรง ไม่มีโรค แต่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ร่างกายนี้ป่วยอยู่เป็นนิจ
ความเย็น ความร้อน ความหิว ความกระหาย การถ่ายอุจจาระ การถ่ายปัสสาวะ ในทางพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นโรคทางกายทั้ง ๖ ที่ต้องเผชิญ บรรดาหมู่สัตว์ทั้งหลายที่เกิดมา ไม่ว่า ในผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ ล้วนมีโรครุมเร้าเต็มไปหมด รูปขันธ์นี้ไม่มีเวลาใดเลยที่จะไม่กระสับกระส่าย จริง ๆ แล้วร่างกายเราป่วยอยู่เป็นนิจ แต่เราเพียงแค่ยังทนได้ และเมื่อวันหนึ่งโรคทางกายปรากฏชัด เป็นความเจ็บป่วยที่แสดงออก เราอาจทนได้ยากขึ้น จนในที่สุดวันหนึ่งเราก็จะทนไม่ได้อีกต่อไปและเราก็จะถึงแก่ความตายในที่สุด
ใจป่วยเป็นอย่างไร
ใจป่วย คือ ใจที่มีราคะ ความกำหนัดกลุ้มรุม
ใจป่วย คือ ใจที่มีโทสะ ความโกรธ เบียดเบียน บีบคั้น กลุ้มรุม
ใจป่วย คือ ใจที่มีโมหะ ความหลงกลุ้มรุม
ใจป่วย คือ ใจที่มีกิเลส ความตระหนี่ ริษยา วิตกกังวล ลังเลสงสัย เครียด กลุ้ม ทุกข์ ท้อแท้ หดหู่ เป็นต้น
อาการเหล่านี้ คือ ใจป่วย
ทำอย่างไร กายป่วย ใจจะไม่ป่วย
ต้องฉลาดในการคิด (โยนิโสมนสิการ) ไม่ให้ราคะ โทสะ โมหะกลุ้มรุม ทำจิตให้แข็งแรง ตั้งมั่น เชื่อมั่นในกุศลความดี ในทาน ศีล ภาวนา แล้วพัฒนาปัญญาให้เกิดขึ้นในตน มองเห็นกระแสชีวิตตามความเป็นจริง มองเห็นว่ารูปธรรม คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น แตกดับตลอดเวลา รูปธรรมทั้งหลายประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ไฟ ลม ที่เราไปยึดว่าเป็นเรา รูปธรรมที่เคยยึดก็ดับไปแล้ว รูปธรรมใหม่ก็เกิดดับสืบต่อ นามธรรมที่เคยยึดก็ดับไปแล้ว นามธรรมใหม่ก็เกิดดับสืบต่อ อัตตาตัวตนไม่มีอยู่จริง จงทำปัญญาให้เกิดขึ้นจนเข้าไปเห็นความจริงของชีวิตตรงนี้ และวางความยึดมั่นถือมั่นลง
โรคกระทำที่กายได้ แต่เราจะไม่ให้โรคกระทำที่ใจเรา เรื่องกาย โรคเบียดเบียนไป เรื่องใจเป็นเรื่องที่เราต้องดูแล กายป่วย ใจจะไม่ป่วย กายกระสับกระส่าย ใจจะมั่นคง
ที่มา: หนังสือธรรมดี ชีวีมีสุข โดยพระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม พิมพ์ครั้งที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ISBN 978-616-8325-05-6 หน้า ๖๓–๖๕